“The Japan Wave”: เมื่อทุนญี่ปุ่นยึดหัวอสังหาฯ ภูเก็ต

“The Japan Wave”: เมื่อทุนญี่ปุ่นยึดหัวอสังหาฯ ภูเก็ต

เจาะลึกปรากฏการณ์ “The Japan Wave”: เมื่อทุนญี่ปุ่นยึดหัวอสังหาฯ ภูเก็ต

 

 

ในรอบปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “Safe Haven” หรือหลุมหลบภัยทางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ CBRE Thailand ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ของผู้ซื้อที่น่าสนใจที่สุด คือการก้าวขึ้นมาของ นักลงทุนชาวญี่ปุ่น ที่ขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักอันดับ 1-2 ในหลายเซกเมนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มวิลล่าระดับซูเปอร์ลักชัวร์

 

 

 

1. ทำไมต้องภูเก็ต? เมื่อ “ยันต์กันเงินเฟ้อ” คือโจทย์หลัก

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ชาวญี่ปุ่นหันมาซื้อมหาศาลมาจาก สภาวะเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นเอง

  • ค่าเงินเยนที่ผันผวน: การถือครองสินทรัพย์ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ในไทย (ซึ่งผูกโยงกับดีมานด์ระดับโลก) ช่วยกระจายความเสี่ยงจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัว

  • Yield ที่สูงกว่า: ในขณะที่ผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) ในโตเกียวหรือโอซาก้าอาจอยู่ที่ 3-4%, แต่ในพื้นที่ศักยภาพของภูเก็ต เช่น บางเทา หรือ เชิงทะเล สามารถทำ Yield ได้สูงถึง 7-10 % ต่อปี

  • Lifestyle Migration: เทรนด์การย้ายถิ่นฐานหลังเกษียณ หรือการทำงานแบบ Digital Noma

  • d ของชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีในราคาที่จับต้องได้มากกว่าในบ้านเกิด

 

 

 

2. ทำเล “ทองคำ” ที่กลุ่มญี่ปุ่นจับจอง

กลุ่มผู้ซื้อญี่ปุ่นมักมีพฤติกรรมเลือกซื้อที่ค่อนข้างเฉพาะตัว โดยจะเน้นความเนี๊ยบ (Quality Control) และการบริหารจัดการหลังการขาย (Property Management) เป็นหลัก

  • The Golden Triangle (บางเทา-ลายัน-เชิงทะเล): พื้นที่นี้กลายเป็นย่าน “Little Tokyo” แห่งใหม่ในภาคใต้ เนื่องจากมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม และสนามกอล์ฟระดับโลก

  • Wellness & Branded Residences: ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสังคมผู้สูงอายุ อสังหาฯ ในภูเก็ตที่พ่วงมากับบริการด้านการแพทย์ (Wellness Center) หรือแบรนด์โรงแรมระดับโลก จึงได้รับความนิยมสูงสุด

 

 

 

3. ความแตกต่างระหว่าง “ญี่ปุ่น” vs “รัสเซีย/จีน”

ในขณะที่ชาวรัสเซียมักซื้อเพื่ออยู่อาศัยหนีหนาวหรือหนีภัยการเมือง และชาวจีนเน้นการลงทุนเก็งกำไร กลุ่มญี่ปุ่นกลับเน้นไปที่ “การถือครองระยะยาว” (Long-term Asset) และมักจะเลือกโครงการที่มีดีไซน์ Minimalist หรือโครงการที่มีการนำเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นมาใช้ เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

 

4. บทสรุปและทิศทางในอนาคต

การขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1-2 ของญี่ปุ่นในตลาดภูเก็ต สะท้อนว่าภูเก็ตก้าวข้ามการเป็น “เมืองท่องเที่ยว” สู่การเป็น “เมืองนานาชาติเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาที่ดินในโซนตะวันตกของเกาะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2026 นี้


 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง (References):

  • CBRE Thailand: Phuket Real Estate Market Outlook 2025-2026

  • Real Estate Information Center (REIC): Foreign Ownership Report 2025

  • Department of Land (Phuket Office): Statistics of Land and Building Transfers by Nationality

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เพื่อให้คุณสามารถค้นหาบ้านในฝัน
หรือโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุด

เราพร้อมให้คำแนะนำที่มีประสิทธิภาพและผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์